ทางสายกลางสวัสดิ์ ขอรับ …  

 

มีบทความมากเหลือเกิน จากทั้ง กูรู และ กูรู้(ดี)พยายามจะอธิบายให้เห็น ความต่างระหว่าง ประชาธิปไตยแบบฝรั่ง และ ประชาธิปไตยแบบไทย(ไทย) แต่โดยสรุปรวบยอด ทั้งสองฝ่ายก็ถกเถียงกันในประเด็นเล็กๆ ว่าด้วย กติกาเสียงข้างมาก

 

ประชามติ ที่กำลังพูดถึงกันในตอนนี้ ก็เกี่ยวโยงกับ กติกาเสียงข้างมาก นั่นแหละ

 

ช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา … หรือจะให้พูดตรงๆ ก็ตั้งแต่ คุณทักษิณ บริหารประเทศนั่นหนา ยอมกันกันเสียทีเถอะว่า คนไทยทะเลาะกันเรื่อง กติกาเสียงข้างมาก จวนจะเสียชาติ เศรษฐกิจพินาศหายนะ (แปลว่า ฉิบหาย) … ยอมรับกันได้หรือยัง ? หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ประชาธิปไตย นั่นแหละ เป็นเหตุให้คนไทยทะเลาะกัน จน(จมูก)บานปลายมาถึงชั่วโมงนี้  

 

เขียนอย่างนี้ เชื่อเถอะ มีคนเตรียมทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง … หาว่าเป็น ไอ้พวกนั้น ไอ้พวกนี้ ไปเสียอีก … เห็นไหม ทะเลาะกันอีกจนได้ หากยังไม่เข้าใจ อุปมาอุปมัยอาจง่ายกว่า …

 

โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีนักเรียน (๔๐๐๐) + ครู (๒๐๐) + เจ้าหน้าที่ (๘๐๐) รวม ๕,๐๐๐

 

วันหนึ่ง มีข้อถกเถียงถึงนโยบาย โรงเรียนอ่อนหวาน ควบคุมปริมาณขนมคบเคี้ยว และ อาหารหวานมัน เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็ก

 

เด็กส่วนใหญ่ และ เจ้าหน้าที่ส่วนน้อย คัดค้าน (อยากกินอ่ะ … ผมมีเงิน) 

อาจารย์ ก็แยกออกเป็นสองส่วน

 

หากนำเสียงทั้งหมดมาโหวตกัน … โรงเรียนจะอ่อนหวานได้ไหม ?

นี่ก็ประชาธิปไตย … นี่ก็กติกาเสียงข้างมาก มิใช่หรือ ?

 

หนักไปกว่านั้น ระยะหลังๆ … บรรดา กูรู้(ดี)” เจือกเอา ทางสายกลาง ไปปนกับ ความเป็นกลาง(ทางการเมือง) เข้าไปอีก … เวรกรรมล่ะทั่น

 

สุรพศ ทวีศักดิ์ เขียนใน มติชนออนไลน์ (17 กค. 51) เอาไว้ สรุปว่า   ในวันเพ็ญเดือน 8 เมื่อ 2,500 กว่าปีที่แล้ว พระพุทธเจ้า นำเสนอ ทางสายกลางเป็นครั้งแรก ในการแสดงปฐมเทศนา แก่ปัญจวัคคีย์ ว่า ทางสุดโต่ง 2 ทาง ไม่ทำให้พ้นทุกข์ได้

 

… แต่ “ทางสายกลาง” ไม่ใช่ “การถอยคนละก้าว” เช่น ไม่ใช่ให้ลดทางสุดโต่งทั้งสองทาง อย่างละ 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วเอาส่วนที่เหลืออย่างละ 50 เปอร์เซ็นต์ มาบวกกันแล้วเท่ากับทางสายกลาง

 

อ่านบทความเต็ม ที่นี่ …

 

 

ที่ ฮา กว่านั้น … คุณพี่หนุ่มเมืองจันท์ อธิบายคำว่า ”คนกลางๆ” ไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ เล่มล่าสุด กระผมตัดต่อเนื้อหาได้ ดังนี้ …

 

… หากมีใครชวนคุยเรื่องการเมือง ควรถามไปตรงๆ ว่า อยู่ฝ่ายไหน ถ้าคิดเหมือนให้คุยต่อ แต่ถ้าคิดต่าง ให้เปลี่ยนเรื่องเสีย ยิ่งใครบอกว่า เป็นกลาง ก็จงอย่าเชื่อและอย่าคุยเป็นอันขาด

 

ลองนึกภาพดู คน ๓ คน (ยืนเรียงหน้ากระดาน) คนยืนซ้ายสุด มองเห็น คนยืนกลาง ว่า อยู่ฝั่งขวา  และ คนยืนขวาสุด จะมองเห็น คนยืนกลาง อยู่ฝั่งซ้าย

 

… ฉิบหายล่ะ คนกลาง(-กลาง)

 

.

.

.

 

เห็นหรือยัง … ประชาธิปไตย และ กติกาเสียงข้างมาก หรือ แม้แต่ ประชามติ เป็นเหตุแห่งการทะเลาะเบาะแว้ง ประเทศแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ฉันนั้น

 

ประเทศไทย ต้อง มองข้ามช็อต คำว่า ประชาธิปไตย-กติกาเสียงข้างมาก-ประชามติ ไปเสียก่อน  ไม่ใช่เพราะ คำสามคำนั้นไม่ดี แต่ในภาวะนี้ มีแต่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งกัน

 

ส่วนว่า จะมองข้ามช็อตไปได้ถึง คำว่า คุณธรรม” “จริยธรรมหรือ คำง่ายๆ ที่ว่า เมตตาธรรมหรือไม่นั้น ก็สุดจะคาดเดาได้

 

แต่ที่แน่ๆ กติกาธรรม ไม่เคยค้ำจุนโลกา ขะรับ

 

สวัสดี

 

ขุนอรรถ

 

 

 

 

10 ความคิดเห็น

    • ขาประจำ
    • Posted กันยายน 8, 2008 at 3:43 am
    • Permalink

    ตรงประเด็นเหตุการณ์มาก นิยาม ทางสายกลาง และอาระขัดขืนก็ไม่ชัด สำหรับผม ทั้ง 2 ฝ่ายมีส่วนผิดและถูกแต่ว่าฝ่ายใดจะผิด ถูก มากน้อยไม่เท่ากัน มันต้องใช้ศิลปในการแก้ไขปัญหา เอาตรงๆ เห็นสีแดงแน่ๆ ศาลที่เที่ยงธรรมจริงๆต้องเกิด อาจจะมาจากใหนก็ได้ขอให้คำวินิจฉัยออกมาแล้วทุกฝ่ายยอมรับ หาดูตัวอย่างได้จาก กรณีศึกษา ในพระไตรปิฎก เหนือประชาธิปไตย คือ ธรรมาธิปไตย เอาธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่เอาเสียงส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง แต่ธรรมจะมีกี่คนเข้าใจ จริงๆ

    • lek
    • Posted กันยายน 8, 2008 at 4:01 am
    • Permalink

    I agree. We can’t apply ประชาธิปไตยแบบฝรั่ง to ประชาธิปไตยแบบไทย. Well…it doesn’t mean it isn’t right. But our democracy evolves and develops into our own style.
    Pure “ประชาธิปไตยแบบฝรั่ง” won’t fit into Thai, because we are different. We are not learner, not discoverer, not dignified people.

  1. : )
    ดูท่า … เราสามคนกำลังเสนอ “การเมืองใหม่” ไหมหนอ ??

  2. อรุณสวัสดิ์พี่ท่าน

    หากอยู่ใกล้ ๆ จะมานั่งถองยาดองด้วย มาตรแม้นอยู่ไกลเราก็ยังคล้ายร่วมวงสนทนาทุกเช้าเย็นเปรียบสภากาแฟปากซอยมิปาน

    ถ้อยสนทนาพี่ท่านยวนใจผู้น้อยห้อยหูฟังซำเหมอ (ยกเว้นตอนวิเคราะห์ละครทีวี)

    ทางสายกลางเที่ยวนี้บริบท(เอ่อ..แปลว่าอารายอ่า..เนื้อหาใช่ไหม? แล้วทำไมผู้คนไม่พูดว่าเนื้อหาดันกล่าวว่าบริบทฟังไม่ค่อยรู้เรื่องอ่าพี่ทั่น?) เนื้อหาสมใจนัก ‘ประชาธิปไตยในโรงเรียน’ ใช่เลยสำหรับประชาธิปไตยในประเทศค่อย ๆ พัฒนาเยี่ยงเรา ๆ

    เห็นชัดว่ามันไม่เวิร์ค หากนักเรียนใช้เสียงข้างมากเรียกร้องเปลี่ยนกฏระเบียบโรงเรียน ครูก็ต้องทำตามไม่งั้นผิดข้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย

    เรี่องของเรื่องไอ้นักเรียนพวกนั้นขายเสียงให้ครูบางคนด้วยเกรดเทอมปลาย!

    เราผิดแต่ต้นสำหรับคนที่ไปเรียนรู้ประชาธิปไตยจากฝั่งตะวันตกแล้วกลับมาอยากเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศโดยไม่ยอมดูว่าประชาชนส่วนใหญ่ยามนั้นหนังสือสักตัวก็ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

    เหตุการณ์ผ่านไปคิดบ่นย้อนหลังก็ใช่ที่ แต่กำลังจะครบร้อยปีเข้าให้แล้ว เรายังใช้วิธีคิดเดิม ๆ จัดการระบอบปกครองประเทศ เอาระบอบไปสวมโดยไม่ศึกษาไม่ดูว่าธรรมชาติของคนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร?

    ทักษิณเป็นคนแรกที่ดูขอรับ

    เขาศึกษาคนส่วนใหญ่ เขาเข้าใจความเป็นอยู่เป็นไปวิธีคิดทัศนคติแนวทางดำรงชีวิตของประชากรประเทศนี้

    เขาจึงประสพความสำเร็จ!

    หิวข้าวแล้วขอรับ ขอลุกแยกวงไปกินข้าวก่อน แล้วค่อยกลับมาถองยาดองต่อ

    คารวะ

  3. ไปรอคุณปลายสักครู่ เห็นท่าเธอตื่นยากสักหน่อย จึงฝากโน๊ตไว้ … อ้าว พี่ทั่น แวะเข้าบ้านผม คลาดกันอีกตามเคย … ผมไปบ้านพี่ทั่นดีฝ่า

    : )

  4. ได้ติดตามข่าวทั้งสองฝ่าย
    สรุปได้ว่า
    ข่าวสารบิดเบือนความจริง เขียนประวัติศาสตร์ข้นมาเอง
    ไม่มีใครกล้าเสนอความจริง
    มีอำนาจมืด ไม่มีอิสระเสรีอย่างแท้จริงในการเสนอข่าว
    เราจึงยังโง่อีกเยอะ เพราะไม่มีใครเล่าความจริงทั้งหมด
    หลอกกันไปหลอกกันมา เพื่อหาเสียงเข้าตัวเอง
    คนไทยยังเป็นคนที่ไม่มีความมุ่งมั่น เช้าชามเย็าม ความฝันไม่มี ทำอะไรไม่จริงจัง
    เห็นแก่ตัว เล่นพวก ไม่สามัคคี ไม่รักสงบ
    ไม่พยามจะแก้ปัญหาอย่างฉลาด
    ไม่มีทิศทางว่าประเทศจะไปทางไหนดี
    อนุรักษ์ ก็ไม่จริง จะพัฒนา ก็กลัวฝ่ายอนุรักษ์ด่า
    ก็ได้แต่ดูพวกเขาเล่นละคนกันไป

  5. คุณ gummy

    แถวบ้านผมเรียก “ด่าเป็นชุด” เลยนะนี่
    แต่ก็ยอมรับว่า “กระแทกใจ” ดีเหมือนกัน

    ผมเชื่อ ๒ เชื่อ(ส์)
    - ด่า ได้ผลน้อยกว่า ชม
    - ม้าบางตัวชอบให้พูดดีด้วย บางตัวมีจริตในแบบที่ การด่า จะเหมาะกว่า

    ขอบคุณที่ชมว่า ฉลาด … สงสัยเคยโดนด่ามามาก (ฮา)

    : )

  6. เห็นด้วยเลยครับ เวลาอย่างนี้ควรจะยึดคุณธรรม ยึดเมตตาธรรม ยึดกตัญญูกตเวทิตา มากกว่าอะไรทั้งสิ้น

    ป.ล.แวะไปอ่านไดอารี่ใน wordpress ผมบ้างสิครับ น่าจะช่วยตอบคำถามที่มาทิ้งไว้ที่บล๊อกได้ไม่มากก็น้อยครับ

    • ningyogaphuket
    • Posted กันยายน 10, 2008 at 11:10 pm
    • Permalink

    เรื่องของการเมือง ไม่ค่อยถนัดเลยจริง ๆ แต่ยังงง ๆ ว่า ท่านขุนบวกเลยยังไงล่ะเนี่ย อิอิ

  7. คุณเจ้าชายน้อย … ผมเข้าไปอ่านแล้วครับ ละเอียดเชียว ขอบคุณครับ

    คุณหนิง … “บวกเลย” คืออะไรหนา หากกลับมา วานเฉลยด้วยนะจ๊ะ

    : )

เขียนความคิดเห็น