เคยเขียนถึง คำว่า “ประชาธิปไตย” ไว้บ้างแล้ว สรุปโดยย่อคือ
http://culturegap.wordpress.com/2007/09/06/demo01/
“ประชา” คือ ปวงชน
“อธิปไตย” คือ ความเป็นใหญ่ — ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่
เมื่อรวมกันเป็น “ประชาธิปไตย” ราชบัณฑิตยสถานแปลไว้ว่า
“การปกครอง-ที่ถือมติปวงชน-เป็นใหญ่”
— ไม่ใช่ปกครองประเทศด้วย “เสียงส่วนใหญ่ในสภา”
หากยังไม่เข้าใจ กรุณายึดแนวพระราชดำรัสฯ
ว่าด้วยความสามัคคี ปรองดองของคนในชาติ เป็นส่วนสำคัญ
… “วิธีแห่งความสามัคคีนั้น ถึงจะแตกต่างในอุดมการณ์
แต่ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ประโยชน์สุขส่วนใหญ่”
… ประโยชน์-สุข ของคนส่วนใหญ่ … ไม่ใช่ของ “เสียงส่วนใหญ่” !!!!
ครรลองประชาธิปไตย ก็เช่นกัน …
ครรลอง คือ Way, Path, Course, Method, Mean, Channel or Model.
ครรลอง คือ หนทาง ช่องทาง วิธีการ ความหมาย หรือ แม้แต่ “แบบอย่าง”
ครรลองประชาธิปไตย คือ หนทางใดก็ตาม (ย้ำ - หนทางใดก็ตาม)
ที่ทำให้ประเทศไทยเรา ปกครอง-โดยถือเอามติปวงชน-เป็นใหญ่”
และ …
โดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ เป้าหมายสำคัญ
— ไม่ใช่ คำนึงถึง แค่เฉพาะ ”เสียงส่วนใหญ่”
ดังนั้น เมื่อ ทั่นทักษิณ ทั่นสมัคร ทั่นบรรหาร ทั่น … (ช่างเถอะ)
และ บรรดาทั่นๆๆๆๆ สส.พลังประชาชน อดีต สส.ไทยรักไทย
และทั่นๆๆๆๆ (ที่ย้ายไปย้ายมาจนไม่หา “อุดมการณ์” ตัวเองไม่เจอ)
ล้วนมีมิจฉาทิษฐิ (คิดผิด) ตีความว่า ประชาธิปไตย คือ “เสียงส่วนใหญ่”
… ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็เป็นอย่างที่เห็นในตอนนี้
เมื่อใดก็ตาม “เสียงส่วนน้อย” ความรู้สึกไม่ยอมรับ ไม่พอใจ
หรือ ปฏิเสธกลุ่มการเมืองอย่างทั่นๆๆๆๆ จนเกิดการเคลื่อนไหวชุมนุม …
ทั่นๆๆๆ จะอ้าง “เสียงส่วนใหญ่” โดยละเลยเงี่ยหูฟัง “เสียงส่วนน้อย”
หรือ แม้กระทั่ง ตั้งข้อสังเกตุว่า “เพียงแค่หยิบมือ”
— นี่หรือ ครรลองประชาธิปไตย ????
ขุนอรรถ






3 ความคิดเห็น
I agree krub.
Elected government has no right to corruption and ignore their people.
Elected government can’t use an election result for an excuse.
เห็นด้วยอีกคนเจ้าค่ะ
คม-ชัด-ลึก เลยพี่ท่าน
ปรองดอง ตกลงร่วมกัน โดยยึดถิอผลประโยชน์ร่วมกัน
แค่เนี๊ย ยากชะมัดยาด
เขียนความคิดเห็น