Monkey : Animal will do … มันเป็น สัตว์-จะ-ทำ !
กรกฎาคม 30, 2008 at 8:51 am | In health gap, life gap, mind gap, world gap |Tags: ยา, ลิง, สัตว์มนุษย์, อาหาร
(Lastest edited : 30 Jul 08, 3.30 p.m.)
ยังวนเวียนอยู่ในเมืองไทยนี่ล่ะ … ศาล(เจ้า)ยังไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศ !
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลา 2 คืน ที่เมืองกาญจน์
เรียนรู้ “กลไกเคมีของชีวิต” … สรุปความได้ว่า
หลายแสนปีที่ผ่านมา ทันทีที่ลิงตัวหนึ่ง เริ่มหยิบหอยจับปูริมน้ำมากินได้
ไขมันดี นามว่า “โอเมก้า-3*” ทำให้ สมองส่วนหน้าของมันมี “พัฒนาการ”
นับวัน … ลิงฝูงนั้น ยิ่งแตกต่างจากสัตว์อื่น
มันเขียนหนังสือได้ อ่านได้ และ มันเริ่ม “คิดได้”
พวกมันขยายเผ่าพันธุ์ และอยู่กันได้เรื่อยมา จนเมื่อไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมานี้
มันเริ่มปฏิเสธวิถีการกินเพื่ออยู่ หันไปนิยม “อยู่เพื่อกิน”
จาก เกษตรกรรมทำกิน ค่อยๆ แปลงร่างเป็น เกษตรกรรมทำขาย
ระบบ กะ-เศษ-อุต-ส่าห์-หา-กรรม ได้รับการตอบรับจากลิงฝูงใหญ่ อย่างกว้างขวาง
สารอาหาร 2 อย่าง ถูกผลักผ่านระบบการตลาด เข้าปากประชากรลิง มากขึ้น
… แป้งขัดขาว และ น้ำมันพืช
ไม่น่าเชื่อว่า “กินข้าวขาว” เป็นเครื่องแสดงความศิวิไลซ์อย่างหนึ่ง – ลิงอีโก้ !
ลิงฝูงใหญ่ เริ่มทยอยตายจากสารอาหาร 2 อย่างที่ว่า
“อะไรมากเกินไป ไม่ดีทั้งนั้น”
หมอลิง(จากยุโรป) ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี ที่สนับสนุนโดยบริษัทยา
“วิทยาการด้านการแพทย์ของเรา สามารถทำให้ลิงมีอายุยาวนานขึ้น
จากเดิม 65 ปี ในศตวรรษก่อน เป็น 77 ปี ในเวลานี้”
มีลิงเพียงไม่กี่ตัว พยายามแถลงข่าวค้าน
“อายุเฉลี่ยที่แลดูสั้นในอดีตนั้น การตายแทบทั้งหมดเกิดเพราะเชื้อโรค ไม่ใช่อาหาร”
… มีลิงเพียงไม่กี่ตัวนั่งฟังแถลงการณ์
เส้นกราฟอัตราตายของฝูงลิง พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
มันเป็นไปในระนาบเดียวกับ หุ้นของบริษัทยา และ โรงพยาบาล
ผลของการกินข้าวขาวในปริมาณมากๆ
ทำให้น้ำตาลในเลือดจะถีบตัวสูงขึ้น ดึงเอาอินซูลินจากตับอ่อนมารับตัวไป
น้ำตาลหมด ลิงเริ่มหิว และมีอาการหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว
(สัปดาห์ก่อน ลิงหลายตัว ใช้ตะบองตีหัวเพื่อนที่คิดไม่เหมือนพวกมัน)
เพื่อแก้หิว และลดอาการหน้ามืด (จากการขาดน้ำตาล) … ลิงควานหาของกิน
และ กลับพบว่า แป้งทอด และ ของหวาน ช่วยพวกมันออกจาก ภาวะเสมือนตาย ได้
ยิ่ง”กินหวาน” ยิ่ง”กินมัน”
… หลอดเลือด หัวใจ ตับแข็ง ตับอ่อน ไต แย่งกันทำงานจนชีวิตลิงเสียศูนย์
ยิ่ง”กินหวาน” ยิ่ง”กินมัน”
… ฮอร์โมนตัวดีลดลง ส่งผลให้ “เซลล์ตำรวจ” เฉื่อยชา ทำงานน้อย ไม่เข้มแข็ง
ยิ่ง”กินหวาน” ยิ่ง”กินมัน”
… ในขณะที่ฮอร์โมนตัวร้ายเพิ่มขึ้น … ส่งสัญญาณเร่งสร้าง “เซลล์ดื้อด้าน” จำนวนมาก
แต่ “จะเป็นห่วงกันไปใย” … ลิงนักวิชาการบอกผ่านสื่อ
“เรามียาเพิ่มฮอร์โมน ยาต่อต้านเซลล์ดื้อ … ถ้าดื้อมาก เรามียาฉีดฆ่ามัน”
+++++
ความจริง มีลิงไม่กี่ร้อยตัว จากลิงนับพันล้านในป่าใหญ่ เป็นผู้กำหนดโลก
… เป็นผู้กำหนดโรค
หงุดหงิดง่าย กลายเป็นโรค
สมาธิสั้น กลายเป็นโรค
ชรา … ก็กลายเป็นโรค
โชคดีนะเพื่อนลิง
ขุนเจี๊ยก !

6 ความคิดเห็น »
RSS feed for comments on this post. TrackBack URI
เขียนความคิดเห็นของคุณ
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.





อ่านบทความวันนี้ แล้ว ต้อง ถอนหายใจ
ความเห็น โดย PatSonic|Com — กรกฎาคม 30, 2008 #
อ่านแล้ว ให้รู้(เท่า)ทัน … ไม่นิ่งนอน ไม่ต้องถอนใจ
: )
ความเห็น โดย khun_aut — กรกฎาคม 30, 2008 #
Nice krub. This post is all about scientific reasons. Laziness and convenience of human are very similar.
ความเห็น โดย lek — กรกฎาคม 30, 2008 #
ไปพักผ่อนหรือขอรับ เป็นยังไง หวังว่าท่านคงสุขกายและใจนะครับผม
ข้าวขาวหรือ เรื่องข้าวนี่มันสะท้อนถึงศักดินาและชนชั้นในอดีตกาลเลยนะครับ นี่อ่านจากมติชนฯ สุจิตต์ วงษ์เทศ
เมื่อก่อนเรากินข้าวเหนียว ข้าวสวยมาทีหลัง (สำหรับชนชั้นสูงบางกลุ่ม) เพราะว่า มันสวยไงขอรับ ขาวด้วย ปัจจุบันคนหันมาเห็นความสำคัญของข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง และพวกธัญพืชมากขึ้น ผมเองก็หันมากินข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท น้ำตาลทรายไม่ขาว
ไม่อินเทรนครับ เพียงแต่เห็นดีเห็นงามกับผลประโยชน์
แต่อย่างหนึ่งยังชอบขาวๆ ครับ ฮา แต่ไม่รุงเกียจกับสีครงข้าม เรื่องของรสนิยมล้วนๆ
ด้วยมิตรภาพครับ
ความเห็น โดย จิตติ — กรกฎาคม 30, 2008 #
กินหวาน กินมัน มันดี
ไม่หวาน ไม่มัน ก็มันได้ ท้าทาย สำหรับยอดลิง
ลิงยังดีที่เลือกได้
ความเห็น โดย นิรนาม — กรกฎาคม 31, 2008 #
ทั่นจิต
ข้าวกล้อง โฮลวีท ต่างสังกัดหมวดคาร์โบไฮเดรตครือกัน
มันแปลงร่างเป็นแป้งและนำ้ตาลได้ หลังเข้าสู่ร่างกาย
ดีหน่อยตรงที่ มี “วิทบี” มาช่วยเบิร์น รบกวนอินซูลินน้อยลง
… และ ได้”วิทบี” มาทำประโยชน์ด้านอื่น ด้วย
ระวัง “ปริมาณ” ด้วยขอรับ
มากน้อย มีสิ่งชี้วัดง่ายๆ 2 อย่าง
น้ำหนักตัว หนึ่ง และ กลูโคส รู้เมื่อเจาะเลือดตรวจ สอง
สุขภาพดีสวัสดิ์ขะรับ
… คุณ lek
จริงด้วย เลซี่แนส นี่ ตัวการสำคัญของสรรพโรค แท้เทียว
: )
ความเห็น โดย khun_aut — กรกฎาคม 31, 2008 #