6 เหตุผลที่ควรรัก Cloverfield
10:36 หลังเที่ยง by annlanding

ทำไมมึงถึงชอบ Cloverfield ว้ะ?
มึงให้กรูไปดูอะไรเนี่ย เวียนหัว!
กรูเดินออกจากโรงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแล้ว...อ๊วกกกก
มึงจะบ้าเหรอ ดูทำไมตั้งสามรอบบบบ.. *_*"
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพื่อนหลาย ๆ คนกลับมาบ่นแบบนี้หลังจากที่ดูเจ้า Cloverfield นี้จบลง (หรือไม่จบสำหรับหลาย ๆ คน)
หลัก ๆ น่าจะเป็นการส่ายกล้องไปมา ๆ ทำให้คนดูไม่รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้น มรึงจะถ่ายกันดี ๆ ได้มั้ย อยากให้คนดูรึเปล่า ทำหนังมาแบบนี้ไม่ต้องลงทุนมากก็ได้มั้ง เพราะยังไงคนก็ดูภาพได้ไม่ชัดอยู่ดี มีกระทู้ด่าหนังเรื่องนี้ขึ้นมากมายเยอะแยะไปหมด กระแสเกลียดแรงขนาดนี้ แต่ทำไมหนังเรื่องนี้ยังเป็นหนังในดวงใจของใครหลาย ๆ คนอีกน้ะ
กับคนอื่นก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเค้าถึงรักเรื่องนี้ แต่ด้วยความแคบและความจิตของตัวเอง นี่จึงเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้รักเรื่องนี้อย่างหัวปักหัวปำ
1. มีผู้สร้างชื่อ JJ ABRAMS
เผอิญช่วงที่ชีวิตมีปัญหาหนัก หาทางออกไม่เจอ ได้ลองซื้อซีรี่ย์เรื่อง Lost มาดู หลังจากดูตอนแรกจบลง ปํญหาหนัก ๆ เหล่านั้นหายไปในพริบตา ไม่ใช่ว่าหนังดีขนาดเปลี่ยนชีวิตคนได้ขนาดนั้น แต่เพราะความงงงวยและสับสนระคนตื่นเต้นกับความเป็นไปที่เกิดขึ้นในเรื่อง ทำให้สมองไม่มีเนื้อที่ให้กับปัญหาชีวิตอีกต่อไป เพราะมัวแต่นั่งคิดวนไปวนมาว่า 'มันเกิดอะไรขึ้นว้ะเนี่ยยยย'
ชื่อของ JJ Abrams เลยอยู่ในใจตั้งแต่นั้นมา และเมื่อเขาก้าวมาจับหนังใหญ่ดูบ้าง มันต้องเป็นสีสันใหม่ให้กับฮอลลีวู้ดแน่นอน
2. ที่มา และ ที่ไป ไม่มีในหนัง
แน่นอนว่ามันไม่มีที่มาที่ไปในหนัง เพราะว่ามันมีอยู่บนเว็บไซท์ตั้งแต่ก่อนหนังฉาย ทั้งรูปถ่าย ข้อมูล ข่าวเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติในทะเลลึก การระเบิดของสถานีกลางทะเล ซากสัตว์ตายในทะเล มันมีปริศนาเยอะแยะให้ค้นหาไปหมด และนั่นทำให้เกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ และเป็นที่มาของวิดีโอที่เก็บภาพสัตว์ประหลาด ใน cloverfield ไว้ได้ แล้วถ้าเป็นคุณ คุณจะไม่อยากดูมันเชียวเหรอ
3. ดาราไม่มีชื่อเสียง
ขอบคุณที่ไม่เลือกดารามีชื่อเสียงมาแสดงในเรื่องนี้ เพราะถ้าเป็นดาราอย่าง Tom Cruise หรือ Brad Pitts คงไม่มีทางเชื่อหรอกว่า เรื่องที่ดูอยู่นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง (อ้าว สรุปว่าเป็นเรื่องไม่จริงหรอกเหรอ)
4. กล้องส่ายจนเวียนหัว
ไหน ๆ จะทำให้เหมือนจริงแล้ว ก็ไม่คิดว่าผู้กำกับคงหวังจะได้รางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม หรือกำกับศิลป์ยอดเยี่ยมหรอกน้ะ ก็คนถ่ายมันหนีตายอยู่นี่นา มันจะถ่ายแบบค่อย ๆ แพนกล้องหรือตั้งขาตั้งเพื่อถ่ายให้ได้ภาพชัด ๆ สวย ๆ ได้ยังไงล่ะ แล้วใครจะเชื่อล่ะเนี่ยว่ามันเป็นคลิปในเหตุการณ์จริง เค้าอุตส่าห์รอดชีวิตมาถึงตอนท้ายได้ก็บุญแล้ว ไม่งั้นมันคงจบตั้งแต่อยู่ในอุโมงรถไฟใต้ดินและทำให้เราอดเห็นหน้าหล่อ ๆ ของพระเอกแน่ ๆ เพราะถ้าคนถ่ายตายก่อน พระเอกก็คงต้องเป็นคนถ่ายต่ออยู่ดี
5. สนองตัณหาความอยากรู้อยากเห็น
เคยตื่นเต้นกับเหตุการณ์อะไรที่เราไม่ค่อยได้เจอในชีวิตประจำวันไหม อย่างเช่น ลูกเห็บตก เราก็ตื่นเต้นได้ รถชนกันยับ คนก็มุงดูกันจนรถติดเป็นชั่วโมง หรือมีรอยเท้าของสัตว์บนกระโปรงรถ คนก็ตื่นเต้นคิดว่านั่นเป็นรอยเท้าพญานาค นั่นแหละอารมณ์ตื่นเต้นนั้น มันเป็นอารมณ์เดียวกับที่ได้ดูสัตว์ประหลาดบุกเมือง ฉากสัตว์โผล่วับ ๆ แวม ๆ ทั้งที่กลัวตายก็กลัวแต่ก็ยังอยากขอดูให้เห็นซักครั้งนั่นน่ะ และคนในหนังมันก็ตื่นเต้นแบบนั้นจริง ๆ คิดว่าชาตนี้คงไม่มีโอกาสเจออะไรแบบนี้หรอก มันก็เลยรู้สึกว่า เออ ขอบใจน้ะที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ได้สักครั้งในชีวิต
6. มันไม่มีภาคต่อ (เหรอ)
ด้วยความที่มีกระแสตอบรับทางลบมากพอ ๆ กับทางบวก และรายได้ที่คาดว่าน่าจะทำได้สูงกว่านี้และอยู่อันดับหนึ่ง Box office ได้นานกว่านี้ ทำให้คิดว่า ไม่น่าจะมีภาคต่ออีกแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะมันจะทำให้เรื่องนี้เป็นอมตะไปตลอดกาลนั่นเอง
หากว่าทั้งหกเหตุผลที่ยกแม่น้ำทุกสายมารวมกันยังไม่สามารถทำให้คนรักหนังเรื่องนี้ได้ ก็คงต้องยกนิ้วให้กับพี่ JJ Abrams อีกซักครั้งที่ทำหนังได้เพี้ยนสุด ๆ จนคนเกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมืองได้ขนาดนี้ หะหะ...
ป้ายกำกับ: scoop
Comments (2)
iannnnn
ตุลาคม 5, 2008 11:29 หลังเที่ยง
เรื่องนี้ผมก็โคตรชอบครับ
เป็นหนังที่ชอบสุดๆ ของปีนี้เรื่องนึงเลยทีเดียว
แต่เท่าที่อ่านมารู้สึกว่าเขามีวางแผนจะสร้างภาคสองนะครับ
ไม่แน่ใจว่าเป็นความเกี่ยวเนื่องกับภาคแรกไหม เพราะโปรเจ็กต์นี้ยังเป็นก้อนฝันอยู่เลยครับ
ตุลาคม 7, 2008 6:45 หลังเที่ยง
ก็เดาไม่ออกเหมือนกันน้ะค้ะว่าเค้าจะสร้างออกมาแนวไหนอีก ได้แต่ลุ้นลึก ๆ ว่าให้มันแหวกแนวอีกค่ะ สะใจดี
