นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ ผู้อำนวยการบริหารด้านโฮม/คอนซูเมอร์ โซลูชั่น แอนด์ ไฮสปีด แอ็คเซส บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทเสนอบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากทรูไลฟ์พลัสสำหรับลูกค้าทรูมูฟและทรูวิชั่นส์ยูบีซี “ซูเปอร์แพ็คเกจ 2 เมกะบิตต่อวินาที” ด้วยราคา 890 บาท พร้อมการใช้เน็ตไร้สาย (ไว-ไฟ บาย ทรูมูฟ) ไม่จำกัดการใช้งาน
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขลูกค้าใช้บริการตลอด 1 ปี รับไว-ไฟเราเตอร์ และโมเด็ม มูลค่า 2,200 บาท ส่วนความเร็ว 1 เมกะบิต เฉพาะลูกค้าทรูมูฟและทรูวิชั่นส์ เสียค่าบริการ 599 บาท ลูกค้าทั่วไป 890 บาท
การทำราคานี้ ส่วนหนึ่งเพราะได้สำรวจความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการต่อเชื่อมเครือข่ายทั้งในและนอกบ้าน พัฒนาการเทคโนโลยีกล้องดิจิทัล ที่มีความละเอียดเพิ่มระดับ 10 ล้านพิกเซล และลักษณะข้อมูลที่เป็นวิดีโอ เวบไซต์มากขึ้น จึงเพิ่มความต้องการใช้ความเร็วสูงขึ้น
ทั้งบริษัทยังเชื่อว่า อุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ใช้เชื่อมต่อเครือข่าย เช่น โน้ตบุ๊ค ปรับราคาลงระดับหมื่นต้นๆ จะเพิ่มจำนวนพีซีต่อครัวเรือนของไทยจากที่มี 23% ให้ขยายตัวอีก เท่ากับเปิดตลาดผู้ใช้ใหม่เพิ่ม
“เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการบรอดแบนด์อีกครั้ง ที่จะสร้างมาตรฐานความเร็วการให้บริการครั้งใหม่จากต้นปีที่แล้ว ที่เปิดตัวที่ความเร็ว 1 เมกะบิต ราคา 590 บาทเป็นรายแรก กดดันให้ผู้ให้บริการรายอื่นเข้ามาเล่นราคาใกล้เคียงกัน และจะยิ่งทำให้จำนวนผู้ใช้เน็ตแบบไดอัลอัพลดลงไปเรื่อยๆ จนอาจหายไป 3-4 ปี” นายธิติฏฐ์กล่าว
บริษัทมีเป้าหมายลูกค้าจากแพ็คเกจใหม่ที่จะสิ้นสุดเดือนก.ค.นี้ ราว 1 แสนราย และทำให้สิ้นปีบริษัทมีจำนวนลูกค้าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ 5.76 แสนครัวเรือน ส่วนแบ่ง 60-65% จากตลาดรวมสิ้นปี ผู้ใช้เน็ตความเร็วสูงในไทยอยู่ที่ 9.6 แสน-1 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็น 6% ของจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ 16-17 ล้านครัวเรือน ซึ่งยังต่ำมากเมื่อเทียบกับเกาหลีอยู่ที่ 89-90% ฮ่องกง 85-87 % สิงคโปร์ 75% ญี่ปุ่น 52-55% และมาเลเซีย 11%
บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลักกว่า 80% ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมี 3 ล้านครัวเรือน ยังมีโอกาสขยายตัว ขณะที่ต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่ กำลังทดลองการให้บริการไวแม็กซ์
นายนนท์ อิงคุทานนท์ รองผู้อำนวยการ สายงาน Wireline Broadband Services บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา บริษัทลงทุนหลายร้อยล้านบาทเพื่อปรับปรุงสายทองแดงให้รองรับการรับส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงขึ้น เข้าไปยังครัวเรือนที่มีอยู่
อนาคตเชื่อว่าหากให้บริการไวแม็กซ์และ 3จี จะเกิดการแบ่งลักษณะคอนเทนท์ที่จะใช้ โดยวิดีโอคลิปที่มีเป็นแอพพลิเคชั่นระดับกลางถึงล่าง จะใช้บริการผ่านเครือข่าย 3จี ขณะที่ไฟล์ขนาดใหญ่ความละเอียดสูง จะใช้การเชื่อมต่อผ่านเครื่องพีซีที่ต่อเชื่อมผ่านโทรศัพท์พื้นฐาน (ไวร์ไลน์)
ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจ จะกลับเป็นปัจจัยบวกที่เพิ่มความต้องการเชื่อมต่อเน็ตความเร็วสูง เพื่อลดการเดินทางมากกว่าการชะลอการตัดสินใจของผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมา บมจ.ทีโอที ได้ทำโปรโมชั่น อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 2 เมกะบิต ราคา 1 พันบาทต่อเดือน ซึ่งจะหมดเขตสิ้นเดือนพ.ค.นี้