Review iPod Nano Generation 4 ราคา คุณสมบัติที่ดีขึ้น
ออกมาให้เสียตังกันอีกแล้วสำหรับ iPod Nano Generation 4 (iPod นาโน รุ่น 4) จำได้ตั้งแต่มี iPod มา ก็ซื้อทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่น Nano Classic Touch หรือ Limited Edition ก็ซื้อมาหมด ไม่ได้เพราะชอบหรอก บางทีชอบมีคนฝากซื้อที่เมืองนอกเพราะราคา Ipod ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Nano Toch Etc. ก็ล้วนแต่ถูกกว่าหมด เลยได้มีปัญญาได้สัมผัสกะเค้ามั่ง (บางทีแอบแกะมาเล่นๆก่อน)

สำหรับ iPod Nano รุ่นไหม่ล่าสุดก็เป็นรุ่นที่ 4 แล้ว มีคุณสมบัติเพิ่มไหม่ๆขึ้นมามากมายและ Function ที่แพรวพราวขึ้น โดยส่วนตัวก็ชอบนะเพราะเล็กดี เอาไว้มาฟังเพลง ส่วนคนที่จะเอามาดู TV หนังก็ได้นะ จอ iPod Nano อาจจะเล็กไปหน่อย แต่เอาไว้แก้ขัดได้ จริงไม๊
ราคา iPod Nano Generation 4
สำหรับราคาเปิดตัวนั้น iPod Nano Generation 4 รุ่น 8GB อยู่ที่ 6,290 บาท และ 16GB อยู่ที่ 8,290 บาท ที่เมืองไทย หาได้ตาม Shop Apple ทุกสาขาและผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศไทย
มาลองดู Nano Review รุ่นนี้กัน
Pro ข้อดี: ความเป็นเอกลักษณ์จากระบบการใช้งานผ่าน Click Wheel และอินเตอร์เฟสการใช้งานต่างๆ ถือเป็นจุดเด่นของไอพอด ในทุกๆรุ่น โดยฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใน นาโน รุ่นใหม่ จะเป็นระบบโมชัน เซ็นเซอร์ ที่ใช้งานการกลับหน้าจอและเขย่าเพื่อเปลี่ยนเพลง และการรองรับภาษาไทย ส่วนด้านดีไซน์จะมีความโค้งมนของหน้าจอ ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและบาง
Con ข้อเสีย: ด้วยความที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ทำให้การใช้งาน Click Wheel ติดขัดสำหรับผู้ที่มีนิ้วขนาดใหญ่ หน้าจอที่โค้งทำให้มุมมองด้านข้างแคบ ที่สำคัญคือไอพอด นาโน รุ่นใหม่นี้ใช้ได้กับ ไอจูนส์ เวอร์ชัน 8 ขึ้นไป เท่านั้น ส่วนเสียงที่ขับออกมายังไม่สามารถเทียบกับรุ่นพี่สุดเก๋าอย่าง ไอพอด คลาสสิคได้
Ipod Nano Generation 4 Design
เมื่อแกะกล่องออกมาพบว่าตัวเครื่องมีลักษณะ บาง และ เบา เพียง 38.7 x 90.7 x 6.2 มิลลิเมตร น้ำหนักของเครื่องอยู่ที่ 36.8 กรัม ดังนั้นความรู้สึกที่ว่าไม่ค่อยแข็งแรงเริ่มเข้ามาในจิตใจ แต่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความแข็งแรงของวัสดุที่ใช้

ภาพด้านหน้าของ iPod Nano
รูปร่างของเครื่องจะดูโค้งๆคล้ายกับปีกเครื่องบิน โดยในส่วนของหน้าจอนั้น กระจกที่ปิดหน้าจอจะถูกทำให้มีลักษณะโค้งเรียบเนียนไปกับตัวเครื่อง โดยหน้าจอมีขนาด 2 นิ้ว แบบ liquid crystal ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล บริเวณรอบหน้าจอจะมีขอบสีดำ

ภาพด้านหลัง iPod Nano
ในส่วนของปุ่มต่างๆของเครื่องมีเพียง 2 ส่วนคือ ปุ่ม Hold ที่อยู่ด้านบน และ ส่วนของ Click Wheel ที่ใช้ควบคุมการทำงานต่างๆของเครื่อง ซึ่งจากการลองใช้งานพบว่า ปุ่ม Hold จะแข็งไปซักหน่อยสำหรับการกดด้วยมือเดียว ส่วน Click Wheel นั้นพบว่า การที่ปุ่มมีขนาดเล็ก เมื่อใช้นิ้วโป้งที่มีขนาดใหญ่อาจจะใช้งานไม่สะดวก นอกจากนี้ยังพบว่า มีการตอบสนองรวดเร็วเกินไป เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ทำให้ใช้งานได้ลำบากนิดหน่อย
ส่วนเชื่อมต่อ จะมีเพียง 2 ส่วนเช่นกันคือ Dock ที่เป็นพอร์ตสำหรับต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ อีกส่วนนึงคือ ช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร โดยทั้ง 2 ส่วนจะอยู่ด้านใต้เครื่อง

เปรียบเทียบระหว่าง iPod Nano รุ่นก่อนกับรุ่น Generation ที่ 4
บริเวณด้านหลัง จะมีลักษณะราบเรียบ มีโลโก้รูปแอปเปิล และ ตัวอักษรเขียนคำว่า iPod อยู่ตรงกลาง ส่วนบริเวณล่าง จะมีตัวอักษรบอก ขนาดความจุ หมายเลย Serial สถานที่ผลิต แบบโมเดล และ สัญลักษณ์รับรองความปลอดภัยต่างๆ
Nano Enhanced Features
ด้วยการที่ใส่โมชัน เซ็นเซอร์เข้ามา เมื่อเอียงเครื่องจะเข้าสู่หน้าจอ Cover Flow ที่ใช้เลือกหน้าปกอัลบั้มที่ต้องการจะฟัง อาจจะถือเป็นหน้าจอลัดในการเข้าสู่การฟังเพลงได้รวดเร็วขึ้นนั้นเอง
นอกจากนี้ด้วยระบบดังกล่าวทำให้สามารถ เขย่าเครื่องเพื่อเข้าสู่การเล่นเพลงในโหมด shuffle โดยการเขย่า 2 ทีจะเป็นการเปลี่ยนไปเป็นเพลงถัดไป ถ้าเขย่า 3 ทีจะเป็นการเล่นเพลงก่อนหน้านี้
ในส่วนของเมนูการใช้งานจะมีเพิ่มขึ้นมาในส่วนของ Genius คือระบบการจัดรายชื่อเพลง 25 เพลง ในโปรแกรมไอจูนส์จากฐานข้อมูลเพลง ซึ่งการใช้งานต้องเปิดใช้งานระบบ Genius ในโปรแกรมไอจูนส์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนเพื่อให้โปรแกรมสามารถเชื่อมต่อกับระบบของทางแอปเปิลเอง แต่ถ้าคิดว่าฟังก์ชันดังกล่าวจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวได้

เขย่าแล้วเปลี่ยนเพลง Function ไหม่ใน iPod Nano Generation 4
Review การใช้งาน Ipod Nano Generation 4
ส่วนด้านประสิทธิภาพการใช้งานนั้น ใช้งานฟังเพลงเพียงอย่างเดียวทางทีมงานใช้ได้ประมาณ 21 ชั่วโมง ส่วนเมื่อใช้ดูวิดีโอ จะใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ผิดกับตัวเลขที่ทางแอปเปิลแคลมไว้นิดหน่อยคือ 24 และ 4 ชั่วโมงตามลำดับ ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระยะเวลาที่พอรับได้ ส่วนการชาร์จผ่านคอมพิวเตอร์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เร็วกว่าที่ทางแอปเปิลบอกไว้เกือบ 1 ชั่วโมง
ในส่วนของไฟล์เสียงที่รองรับผ่านโปรแกรมไอจูนส์นั้นได้แก่ AAC, MP3, Audible, WAV และAIFF ส่วนไฟล์วิดีโอที่รองรับ นั้นจะเป็น H.264 และMPEG-4 ไฟล์ภาพที่รองรับได้แก่ JPEG, BMP, GIF, TIFF, PSD และ PNG
การนำไฟล์วิดีโอมาใช้งานบนเครื่องนั้นอาจจะต้องใช้โปรแกรมอื่นเพิ่มเติม ในการแปลงไฟล์นามสกุลต่างๆ ตามที่ไอจูนส์รองรับ ซึ่งเมื่อแปลงแล้วขนาดของไฟล์ดีวีดีหนึ่งเรื่องจะเหลือประมาณ 1GB เท่านั้นเอง
ส่วนหูฟัง ก็เป็นหูแบบธรรมดารุ่นใหม่ของไอพอดเช่นกัน คือตรงข้อต่อจะมีพลาสติกหุ้มยาวขึ้นกว่ารุ่นก่อน มีสีขาวเพียงสีเดียวเท่านั้น แต่ตัวเครื่องมีให้เลือกถึง 9 สีด้วยกัน สำหรับราคาเปิดตัวนั้น รุ่น 8GB อยู่ที่ 6,290 บาท และ 16GB อยู่ที่ 8,290 บาท
คุณสมบัติ Ipod Nano Generation 4 Specification
ข้อมูลทั่วไป Ipod Nano
ความจุ : 8/16 GB
หน้าจอแสดงผล : จอ LCD สี ขนาด 2 นิ้ว ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล
ช่องสัญญาณ Input / Output : หูฟัง / Dock สำหรับเชื่อมต่อ
กำลังขับสูงสุด : 32 ohms ความถี่ 20 - 20,000 Hz
แหล่งพลังงาน : แบตเตอรี่ลิเธียมไอ-ออน แบบชาร์จได้
วิธีชาร์จ : ผ่าน Dock
เวลาในการชาร์จ : เวลาในการชาร์จประมาณ 120 นาที
ขนาด (กว้าง x สูง x ลึก) : 38.7 x 90.7 x 6.2 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : ประมาณ 36.8 กรัม
อุปกรณ์ที่แนบมาด้วย : หูฟัง, คู่มือ, สติ้กเกอร์แอปเปิล, สายเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์, ฐานวาง Dock
เวลาการใช้งาน
เล่นเพลง : ประมาณ 24 ชั่วโมง
เล่นวิดีโอ : ประมาณ 4 ชั่วโมง
ไฟล์ที่รองรับ
รูปแบบไฟล์เพลงที่รองรับ : AAC Bit rate 16 ถึง 320 kbps, Protected AAC จากไอจูนส์, MP3 Bit rate 16 ถึง 320 kbps (รองรับ Variable Bit Rate ; VBR), Apple Lossless , WAV และ AIFF
รูปแบบไฟล์ภาพที่รองรับ : JPEG, BMP, GIF, TIFF, PSD เฉพาะในแมค และPNG
รูปแบบไฟล์วิดีโอที่รองรับ : H.264 (1.5 - 2.5 Mbps ความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล, 30 เฟรมต่อวินาที, ระบบเสียง AAC Bitrate 160 Kbps, 48kHz, เสียงสเตอริโอจากไฟล์ .m4v, .mp4, และ .mov), MPEG-4 (2.5 Mbps ความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล, 30 เฟรมต่อวินาที, ระบบเสียง AAC Bitrate 160 Kbps, 48kHz, เสียงสเตอริโอจากไฟล์ .m4v, .mp4, และ .mov)
ข้อมูลบางส่วนจาก MGR
เพื่อนๆสามารถกรอก Email เพื่อสมัครรับ Forward Mail ได้ฟรี ส่งตรงถึง Email Inbox คุณก่อนใคร ให้คุณ In Trend ไม่ตกกระแส
- มั่นใจและปลอดภัยจาก Spam เพราะใช้ Engine Service ของ Google
ในอนาคตมีแน่นอนครับ และก็จะมี generation 6 7 8 และเรื่อยๆ ด้วย ข้อดีของ Apple อันนึงที่ผมชอบคือเรื่องวัสดุที่มีความแข็งแรงมากๆ ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกเรื่อยมา ถึงแม้จะเล็กยังไงก็คงยังจะทนทานอยู่ดี
แต่ข้อเสียคือ มันเรื่องมากเวลา upload เพลง clip รูปภาพ หรืออะไรต่อมิอะไร
ผมว่า มันไม่เรื่องมากหรอกคับ เรื่อง upload musics or even pictures เพียงแต่รู้สึกว่ามันเสียเวลา ส่วนเครื่องผมก็ตกรุ่นตามเคย รวมทั้งมือถือที่ผมใช้อยู่ด้วย เดี๋ยวนี้ตาม Technology ไม่ทันจริงๆ




ผมซื้อรุ่นก่อนหน้านี้คับ ในอนาตคมันจะมี Generation 5 ไหมคับ?