
นานแสนนานมาแล้ว สมัยที่ตันหญ้ากับต้นข้าวถือกำเนิดมาบนโลกนี้ใหม่ๆ…
ทั้งสองเป็นพี่น้องที่มองดูคล้ายกันมาก ใบของทั้งคู่ยาวเรียว
แตกออกเป็นกอเป็นกอสีเขียวสดใส และไร้ดอก
ยากที่จะบอกได้ว่าต้นใดคือข้าวและต้นใดคือหญ้า
ถึงแม้ว่าจะมีรูปร่างคล้ายกัน แต่นิสัยของทั้งคู่กลับแตกต่าง
ต้นข้าวนั้นอบอุ่น อ่อนหวาน รักถิ่นฐาน และสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
ส่วนต้นหญ้านั้นร่าเริงแจ่มใส ขี้เล่น ชอบผจญภัย และรักการเดินทาง
ต้นข้าวและต้นหญ้างอกงามอยู่เคียงกัน
จนกระทั่งถึงเวลาที่ทั้งคู่ต้องเติบโตและขยายพืชพันธุ์
ต้นข้าวผู้เป็นพี่ตกลงใจที่จะเป็นเจ้าสาวของแสงตะวันผู้อ่อนโยน
“แสงตะวันอันอบอุ่นจะนำทางฉันไปสู่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของชีวิต”
ต้นข้าวกล่าวอย่างหนักแน่น
จากวันนั้น ต้นข้าวค่อยสะสมแสงตะวันไว้ในเรียวใบ…ทีละเล็ก ทีละน้อย จนเติบใหญ่
ผลิดอกออกรวงข้าวเขียวสดใสอาบไล้แสงอุ่นจนสุกปลั่งแปรเปลี่ยนเป็นรวงข้าวสีทองอร่ามตา
“ฉันเป็นเจ้าสาวแห่งแสงตะวัน เติบโตและงอกงามเพื่อมอบของขวัญอันมีค่าให้กับโลก”
ต้นข้าวรำพึงเบาๆ อย่างเป็นสุขในบ้านสีทองอันอบอุ่นที่โอบล้อมด้วยแสงตะวัน
แต่ต้นหญ้าไม่คิดเช่นนั้น
“พี่สาวของฉันช่างอดทนและแสนดี แต่การต้องอยู่กับที่นานๆ
แบบนี้คงทำให้ฉันเหี่่ยวเฉาตายไปเสียก่อนเป็นแน่…
บางทีฉันคงไม่เหมาะกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น
ฉันต้องการเพียงแค่ได้เดินทางท่องเที่ยวไปไกลๆ
และทำให้ผู้พบเห็นสบายใจ…เท่านั้นก็พอ”
ต้นหญ้ากล่าว
ทันใดนั้นสายลมอ่อนโยนก็ส่งเสียงกระซิบตอบอย่างแผ่วเบา
“ถ้าเช่นนั้นจงมาเป็นเจ้าสาวของสายลมเถิดแล้ว
เราจะได้เดินทางไกลไปด้วยกันอย่างรื่นรมย์”
ดังนั้นต้นหญ้าจึงตัดสินใจเป็นเจ้าสาวของสายลม
ต้นหญ้าเติบโตอย่างร่าเริงแจ่มใส ก่อเกิดดอกหญ้ากับเมล็ดพันธุ์มากมาย และพร้อมเสมอที่จะเดินทางไกลไปกับสายลม
ต้นหญ้าไม่เคยมีบ้าน แต่ก็สดชื่นเบิกบานอยู่ทุกหนแห่งที่มีสายลมพัดพา
และแม้แต่ต้นข้าวไม่เคยออกเดินทางไกล ก็สุขใจอยู่ในอ้อมกอดของแสงตะวัน
จากนั้นมา ต้นข้าว และต้นหญ้า จึงแตกต่างกัน
ต่างก็เติบโตไปตามวิถีชีวิตของตน
ต่างก็มีความสุขและทำให้ผู้อื่นเป็นสุขในวิธีที่แตกต่าง
แต่ถ้าวันใดมองเห็นต้นหญ้าในนาข้าวแล้วละก็…
อย่าแปลกใจ …….
ต้นหญ้าเพียงแค่แวะมาทักทายต้นข้าวผู้เป็นพี่สาว…
…ด้วยความคิดถึง…เท่านั้นเอง…
