สารพันปัญหาเครียด และวิธีแก้ไข PDF Print E-mail

สารพันปัญหาเครียด และวิธีแก้ไข

   

ความเครียด เป็นอาการอีกอย่างหนึ่งที่วงการแพทย์หาคำจำกัดความมาอธิบายให้เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เพราะสาเหตุที่ทำให้เกิดเครียดขึ้นมานั้นมีมากมายหลายรูปแบบ และแตกต่างกันออกไปในแต่ละคนบางเรื่องที่ทำให้บางคนต้องเครียดมาก อาจเป็นเรื่องชวนหัวสำหรับบางคนก็ได้ปฏิกิริยาที่เกิดจากความเครียดของแต่ละคนก็ยังไม่เหมือนกัน บางคนเครียดแล้วหน้าแดง จะระบายออกด้วยการกินอาหารมากขึ้น ในขณะที่บางคนเครียดแล้วหน้าซีด หรือกินอะไรไม่ลงบางท่านบอกว่า ความบกพร่องที่เกิดขึ้นภายในสภาพจิตใจหรือร่างกายจากหลายๆลักษณะ จนทำให้เจ้าตัวรู้สึกเศร้าหมอง เป็นทุกข์ แล้วนำไปสู่ความเครียด เป็นคนขี้ตกใจ ขยายไปสู่โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ร่างการอ่อนแอ รับเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย ตั้งแต่หวัดธรรมดาไปจนถึงเอดส์หรือมะเร็ง รวมทั้งโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาที่เกิดจากภูมิคุ้มกันโรคผิดปกติ อาทิ โรคข้ออักเสบ โรคผิวหนังต่างๆ ฯลฯ ระบบการย่อยอาหารไม่ดี นอนไม่หลับ และสมองมึนชา คิดช้าแบบเดียวกับโรคพาร์กินสัน

ในสหรัฐอเมริกา มีการสำรวจพบว่า ผู้หญิงอเมริกาเป็นโรคเครียดมากกว่าผู้ชายถึง 80 % และที่น่าแปลกคือผู้หญิงเหล่านั้นหาทางผ่อนคลายความเครียดด้วยตัวเอง ด้วยการค้นหาสาเหตุที่ทำให้เครียดก่อน เพื่อที่จะได้แก้ไขให้ตรงจุด ด้วยการช่วยเหลือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนสาเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้สตรี เครียดมากที่สุด สรุปรวมและแยกออกมาได้เป็น 6 กลุ่ม และมีคำแนะนำ วิธีแก้ไขมาด้วย ดังนี้


1.เครียดจากการเดินทาง
            จากการสำรวจพบว่า การจราจรบนท้องถนนที่ติดขัด ฯลฯ รถขยับได้ทีละสองถึงสามคืบ ทำให้คนเครียดมากที่สุด เพราะจะทำอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น จะเปลี่ยนไฟแดงเป็นไฟเขียวเองก็ไม่ได้ จะเปิดช่องทางจราจรใหม่เองก็ไม่ได้ แล้วจะทำยังไงดี ข้อแนะนำ คือ
     1.1.ใช้รถร่วมกัน จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบว่า การมีเพื่อนนั่งรถร่วมทางไปด้วยนั้น ช่วยลดความเครียดได้ ดังนั้น ควรหาเพื่อนบ้านที่เดินทางไปทำงานเส้นทางเดียวกัน ใช้รถคันเดียวกัน โดยพลัดกันใช้รถของแต่ละคนสลับวันกัน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัวด้วย
    1.2 ใช้เวลาเดินทางให้เพลิดเพลิน ถ้าต้องขับรถคนเดียวควรเตรียมเทปหรือซีดีเพลงโปรดติดไปด้วย หรือจะหัดเรียนภาษาไปด้วยก็ได้ วิธีดังกล่าวจะทำให้เราเพลิดเพลิน จนหมดความสนใจกับสภาพรถติดได้
2.เครียดเพราะหนี้
             จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ ระบุว่า ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตจะทำให้เป็นกังวลมากที่สุด บอกให้ใครรู้ก็ไม่ได้ กลัวจะถูกมองว่าเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย วิธีแก้ คือ
     2.1 ป้องกันด้วยยางรัด ใช้ยางรัดของธรรมดานี่แหละ รัดบัตรเครดิตที่มีอยู่ไว้ และเมื่อจะใช้ต้องแกะยางรัดออกก่อน ชั่วระยะเวลาไม่กี่วินาทีตอนแกะยางรัด ก็อาจทำให้คุณหยุดยั่งคิดได้
     2.2 ขายของเหลือใช้ทิ้ง พิจารณาดูดีๆ เถอะ แล้วพบว่าในบ้านมีของที่ไม่ได้ใช้แล้วเยอะมาก คัดออกมารวมกัน แล้วนำไปขายให้หมด จะทำให้คุณได้เงินมาช่วยชำระหนี้ใบเสร็จต่างๆ ได้ไม่น้อย
3.เครียดเพราะนอนน้อย
              การที่คิดโน่นคิดนี่ตลอดเวลาขณะนอน ทำให้นอนหลับยาก จากการสำรวจของหน่วยงานชื่อ Better Sleep Council พบว่า 60 % ของชาวอเมริกัน เครียดเพราะนอนไม่เพียงพอ วิธีการแก้ไข คือ
      3.1 ต้องฝึกการหายใจ หลับตากำหนดลมหายใจเข้า ออก ก่อนล้มตัวลงนอน และตลอดเวลาของการนอน ถ้าทำแล้วจิตยังสับสนวุ่นวายอยู่ให้ลุกขึ้นมาแล้วเริ่มปฏิบัติใหม่ การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก คือการฝึกสมาธิที่ทำให้สมองอยู่ในระบบและทำให้หลับง่ายขึ้น
      3.2 หรี่ไฟลงก่อนเวลาเข้านอน ร่างกายของคนเรามีปฏิกิริยาง่ายมากกับแสงสว่าง คือ เมื่อมีแสงสว่างจะทำให้ตื่นตัวอยู่เสมอ การนอนหลับสนิทจะเกิดเมื่อร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ดังนั้นก่อนเวลาเข้านอน ควรหรี่ไฟหรือปิดไฟให้เหลือเพียงแสงสว่างนิดหน่อยเท่านั้น เพื่อปรับปฏิกิริยาของร่างกายก่อนสักครู่ แล้วจะทำให้หลับง่ายขึ้น
4.เครียดเพราะรับงานมากเกินไป
              ผู้หญิงบางคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารให้ลูก พาลูกไปส่งโรงเรียน แล้วค่อยไปเผชิญกับงานในที่ทำงาน หรือกลับไปเจอกับงานหนักภายในบ้าน จากการสำรวจพบว่า ผู้หญิง 60 % บอกว่ามีเวลาไม่พอที่จะทำงานประจำวันให้เสร็จหมด แล้วจะทำอย่างไร คำแนะนำ คือ
      4.1 ตั้งกฎทำงานแบบวันต่อวัน ถ้ามีใครมาขอร้องคุณให้ไปช่วยทำอะไร รีบบอกก่อนเลยว่า ขอให้คำตอบพรุ่งนี้ได้ไหม ถ้าวันรุ่งขึ้นคุณมีเวลาพอจึงค่อยรับปาก อย่ารับในทันที เพราะเมื่องานเกิดล้นมือ ทำไม่ทัน แล้วจะทำให้คุณเครียด
      4.2 ทำงานแบบช่วยกันหลายคน อาจมีภาระทำงานพิเศษอื่นๆ อย่ารับงานที่ต้องรับผิดชอบคนเดียว ควรจะทำงานที่ต้องทำร่วมกับคนอื่นอย่างน้อย 2-3 คนขึ้นไป จำไว้ว่าต้องทบทวนก่อนทุกครั้งในการรับงาน
5.งานล้นมือ ต้องแอบเอาไปทำต่อที่บ้าน
              เลิกงานแล้วคุณต้องหอบเอกสารเข้ากระเป๋ากลับไปทำต่อที่บ้านอีกไหม
ครึ่งหนึ่งของพนักงานบริษัทบอกว่าปัญหาใหญ่ที่สุดในการทำงานไม่ใช่เพราะมีเวลาไม่พอหรอก แต่เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรให้ดีต่างหาก ทำให้เครียด มีทางแก้ไข คือ
      5.1 ลำดับความเร่งด่วนของงาน มีเจ้าของธุรกิจส่วนตัวคนหนึ่งบอกว่าให้ระบุงานที่ต้องทำออกมา แล้วพิจารณาความเร่งด่วน กาหรือขีดเส้นใต้งานที่เห็นว่าต้องทำให้เสร็จทันทีไว้ 3 งาน และอีก 2 งาน ยังอาจเก็บเอาไว้ทำต่อพรุ่งนี้ได้ ส่วนอีกงานหนึ่งรอไปทำอาทิตย์หน้าก็ยังทัน ฯลฯ แล้วคุณจะพบว่า คุณก็สามารถทำงานทุกอย่างได้เสร็จ และทันเวลา
      5.2 จัดรวบรวมเอกสารที่ต้องทำเตรียมไว้ จากการสำรวจพบว่า การนำงานกลับไปทำต่อที่บ้าน เป็นสาเหตุทำให้คนเราเบื่อ แทบไม่อยากไปทำงานต่อในวันรุ่งขึ้น แทนที่จะหอบงานที่เหลือไว้เข้ากระเป๋ากลับบ้านไปด้วย ควรใช้เวลา 2-3 นาทีก่อนเลิกงาน จัดการกับกองเอกสารที่ค้างอยู่ ซึ่งต้องทำต่อในวันพรุ่งนี้ ให้เป็นระเบียบ จะช่วยให้กลับบ้านได้อย่างสบายใจ พอวันรุ่งขึ้น กลับมาทำงานใหม่ จะได้หยิบงานที่เตรียมไว้นั้น ทำต่อได้ทันที
6.ไม่มีเวลาให้กับตัวเอง
              ผู้หญิงบางคนรู้สึกว่า แทบไม่มีเวลาเหลือเป็นของตัวเอง กลับถึงบ้านก็ต้องยุ่งกับภาระในครอบครัว วุ่นอยู่กับสามีและลูกๆ ขอให้คิดอีกด้านหนึ่งว่าโชคดีแล้วที่คุณยังมีครอบครัวไว้ให้ดูแล
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงก็ยังต้องการมีเวลา เติมชีวิตให้กับตัวเองบ้าง แล้วจะทำอย่างไร
       6.1 คุยกับเพื่อน จากการสำรวจของมหาวิทยาลัย ยู ซี แอล เอ พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่จะอารมณ์ดีและหายเครียดเมื่อได้คุยกับเพื่อน ได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูง เพราะสมองได้ระบายฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ออกไปช่วยให้จิตใจสงบ การที่โทรศัพท์คุยกับเพื่อนจึงสามารถช่วยได้
       6.2 เตรียมเวลาของตัวเองไว้ มีหนังสือดีๆ ไว้ใกล้ๆตัว ที่จะแนะนำให้คุณรู้จักสิ่งดีๆ เกี่ยวกับผู้หญิง เช่น รู้จักทำอาหารรับประทานเอง ดังนั้นเวลาที่สามีกำลังเพลิดเพลินดูกีฬาหน้าจอทีวี อย่าได้คิดว่าเขา ทอดทิ้งคุณ แต่นั้นคือเวลาที่คุณจะฉวยเอามาทำประโยชน์ให้ตัวเอง
จิตแพทย์ท่านหนึ่งแนะนำวิธีลดความเครียดไว้ง่ายๆ ว่าให้ยึดหลัก “ I AM”
I คือ Ignore ไม่สนใจไยดีกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไร้สาระ
A คือ Accept ยอมรับในสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
M คือ Move on ก้าวไปข้างหน้า อย่าจมปลักอยู่กับความทุกข์
ก็เห็นจะจริงเราะสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่มีอาการเครียดมากกว่าผู้ชาย สาเหตุหนึ่งก็คือ ชอบคิดหรือทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่นั่นเอง..

 

 

ที่มา : อ้างอิงจาก หนังสือ คู่สร้างคู่สม คอลัมภ์สุขภาพ
ฉบับที่ 558 ประจำวันที่ 20-28 กุมภาพันธ์ 2550

 

 

[+]
  • Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • fresh color
  • warm color