|
5 ดาวรุ่งธุรกิจโตสวนกระแสเศรษฐกิจ! |
|
|
|
|
ศุกร์, 30 พฤษภาคม 2008 |
|
ผ่านไปเพียง 1ไตรมาสของปี ธุรกิจหลายแห่งเริ่มแห่ทำกำไรแบบก้าวกระโดด บางรายอัตราทำกำไรสูงกว่า 2,558% ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากสภาพการเมืองระหว่างต้นปี 2550 และต้นปี 2551 ที่แตกต่างกันชัดเจน แต่ส่วนสำคัญน่าจะมาจากการวางแผนธุรกิจในยามที่เศรษฐกิจประเทศกำลังถูกบั่นทอนด้วยราคาพลังงานที่สูงขึ้น จนประชาชนไม่มีความมั่นใจในการจับจ่าย!
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการทำกำไรสูงสุด แต่ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่มีผลประกอบการขาดทุนหลุดรุ่ย(ดูตาราง5 อันดับธุรกิจทำกำไรสูงสุด และ 5 อันดับธุรกิจที่ผลประกอบการขาดทุนในช่วงไตรมาสแรกของปี2551ประกอบ)
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (พีเอฟ) ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผยถึงเหตุผลและเบื้องหลังว่า ทำไมถึงได้โตถึง 2,558% ในตรมาสแรกว่า บริษัทและบริษัทย่อย มีผลกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม2551 จำนวน 157.7 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 151.8 ล้านบาท ทั้งนี้สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องจาก 1. ในไตรมาส 1 ปี 2551 บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้จากการขาย จำนวน 2,037.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,060.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 108.6 เมื่อเทียบกับจำนวน 976.7 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2550
ทั้งนี้เป็นการเพิ่มขึ้นจากรายได้ขายบ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 721.8 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการขายให้กับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ("กองทุนฯ") จำนวน 510.0 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากรายได้ จากอาคารชุดพักอาศัย จำนวน 349.4 ล้านบาท 2. กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจำนวน 266.2 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 ปี2551 เท่ากับร้อยละ 26.5 และร้อยละ 28.0 ในไตรมาสที่ 1 ปี 2550 สาเหตุที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาจากการขาย ให้กับกองทุนฯ มีอัตรากำไรขั้นตันที่ต่ำกว่าการขายให้ลูกค้าทั่วไป
ในขณะที่อีกรายที่มีอัตราการทำกำไรโดดเด่น ได้แก่ ทรู โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหารทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน) อธิบายว่า ยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของกลุ่มทรู ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่มและรักษาฐานลูกค้า
"โปรโมชั่นที่ผสมผสานผลิตภัณฑ์และบริการภายในกลุ่มทรูได้รับความนิยมมากขึ้นทุกไตรมาส ปัจจุบันผู้ใช้บริการของกลุ่มทรูตั้งแต่2 บริการขึ้นไปมีจำนวนทั้งสิ้น 1.5 ล้านครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จาก 9 เดือนที่ผ่านมาจากการสำรวจครั้งล่าสุด โดยมีผู้ใช้บริการของกลุ่มทรู 2 บริการ 3 บริการ และ 4 บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 35, ร้อยละ17 และร้อยละ 56 ตามลำดับ คาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการของกลุ่มทรูจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในปีนี้ทรูให้ความสำคัญกับการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ การเสริมสร้างคุณภาพโครงข่าย และการให้บริการที่เป็นเลิศ"เขากล่าว
และเสริมอีกว่ารายได้จากบริการโดยรวม (รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือ IC) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีที่ผ่านมาเป็น 15.6 พันล้านบาทในขณะที่ กำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย หรือ EBITDA คงที่ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 5.3 พันล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากต้นทุนในการดำเนินงานลดลง
"ทรูมีผลกำไรสุทธิในไตรมาสนี้จำนวนทั้งสิ้น 3.4 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ 467 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ในขณะที่มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 เป็น 1.4 พันล้านบาท"ศุภชัยกล่าว
.
|