วิทยากร เชียงกูล
แนวทางการพัฒนาแบบเสรีนิยมใหม่ ที่เพิ่มผลผลิตสินค้าและบริการ โฆษณาให้ประชาชนทั่วโลกเชื่อว่า การค้าคือเครื่องหมายของความก้าวหน้า ยิ่งค้าขายมาก เศรษฐกิจยิ่งเติบโต ประชาชนมีงานทำ มีรายได้สูงขึ้น มีสินค้าให้เลือกซื้อมากขึ้น แต่ความจริงแล้ว ทุกอย่างมีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายส่วนที่ต้องสูญเสีย มีแง่บวกและแง่ลบ ต้นทุนของการค้าระหว่างประเทศมากเกินไป คือ การทำให้โลกต้องเสียค่าทำหีบห่อ ทำให้สินค้าอยู่ได้นาน การจัดการและการขนส่ง สิ้นเปลืองพลังงาน ยานพาหนะ ค่าใช้จ่ายต่างๆในการจัดการขนส่ง และเพิ่มต้นทุนทางสังคมของชาวโลก ในแง่ที่ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมถูกทำลายเพิ่มขึ้น
หากเป็นสินค้าที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ และเป็นสินค้าที่ผลิตไม่ได้ในประเทศของตนหรือใกล้เคียง การสั่งสินค้าจากประเทศอื่น อาจมีแง่บวกมากกว่าแง่ลบ แต่ปัจจุบัน การค้าระหว่างประเทศจำนวนมากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย มีสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศตนเองและใกล้เคียง แต่พ่อค้ากลับสั่งจากประเทศที่ห่างไกล เพราะเขาทำกำไรได้ หรือเป็นบริษัทในเครือเดียวกันที่ต้องช่วยกันทำกำไร เหตุที่การส่งสินค้าข้ามทวีปไปมาอย่างมากมายเกินความจำเป็น เพราะบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ สนใจแต่การหากำไรเอกชนของพวกเขา มากกว่าเรื่องสภาวะแวดล้อมของโลก
ระบบการค้าระหว่างประเทศมากเกินไปนี้ อยู่ได้ทั้งๆที่เป็นการค้าขายที่ไม่เป็นธรรม ประเทศกำลังพัฒนาเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพิ่มขึ้นก็เพราะว่า มีระบบธนาคารที่ปล่อยกู้ หรือสร้างเงินให้ประเทศกำลังพัฒนาและผู้บริโภคเป็นหนี้ได้เพิ่มขึ้น เพราะระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรม ที่มุ่งพัฒนาแบบกอบโกยล้างผลาญแบบนี้ เอาทรัพยากรที่ควรเก็บไว้เพื่อลูกหลานในอนาคตมาใช้ และเอาเงินในอนาคตมาใช้ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของคนรุ่นปัจจุบัน โดยเฉพาะผลกำไรส่วนตัวของนายทุนและชนชั้นกลางที่มีรายได้สูง ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยราว 20% ของโลก
ประเทศกำลังพัฒนา ที่ถูกดึงดูดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมโลก ต้องเจอกับอันตรายเหมือนหญิงสาวในชนบท ที่ถูกหนุ่มรูปหล่อร่ำรวยหลอกลวงได้อยู่เสมอๆ ประเทศกำลังพัฒนาถูกประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม ล่อลวงให้เปิดเสรีการลงทุน การค้า การกู้เงินด้วยความคาดหวังว่า มีแต่แนวทางการพัฒนาแนวการค้าเสรีนี้เท่านั้น ประเทศของตนจึงจะสามารถพัฒนาให้เป็นประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรม เศรษฐกิจเจริญเติบโต ประชาชนมีงานทำ มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือร่ำรวยขึ้นได้ (รัฐธรรมนูญประเทศไทยทั้งฉบับปี 2540 และ 2550 ชนชั้นนำเขียนไว้ในมาตรหนึ่งเลยว่า รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรี)
แต่ความจริงก็คือ ระบบทุนนิยมโลก เป็นระบบที่ผูกขาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ไม่ใช่ระบบการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม การที่ประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจนกว่า อ่อนแอกว่า มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า เปิดประเทศอย่างเสรี คือการเข้าไปเป็นเพียงผู้ป้อนแรงงาน ทรัพยากรราคาถูก และเป็นตลาดผู้บริโภคสินค้า ที่ผลิตแบบขนานใหญ่จากบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ โดยที่ประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ต้องเสียเปรียบ มากกว่าเป็นฝ่ายได้ แต่ชนชั้นผู้ปกครองในประเทศกำลังพัฒนา ได้ประโยชน์บางส่วนจากการร่วมลงทุน และค้าขายกับบรรษัทข้ามชาติ พวกเขาจึงเลือกดำเนินนโยบายการพัฒนาประเทศ แก้ไขหรือออกกฏหมายเปิดเสรี เพื่อเอาใจนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น และก้าวห่างออกไปจากการสนองความต้องการที่แท้จริง ของประชาชนมากยิ่งขึ้น
การเปิดเสรีรับการลงทุนและการค้าจากประเทศร่ำรวย ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเสียเปรียบในทางเศรษฐกิจเท่านั้น ยังทำให้เกิดความเสียหายในด้านการถูกครอบงำ จากวัฒนธรรมบริโภคนิยมของประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตกด้วย การที่ประชาชนในประเทศที่ยากจนกว่า ได้รับรู้ถึงวิถีชีวิตการบริโภคแบบฟุ่มเฟือยของชาวตะวันตก ทำให้พวกเขาเริ่มเกิดความคับข้องใจในวัฒนธรรมของตัวเองและนำไปสู่การปฏิเสธวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ที่เคยกินอยู่อย่างพอเพียง พึ่งตนเองได้ ใช้ชีวิตแบบพึงพอใจ มาเป็นวัฒนธรรมแบบอยากแสวงหาความมั่งคั่งทางวัตถุ บริโภคและใช้ชีวิตเลียนแบบชาวตะวันตก รวมทั้งเพ้อฝันคล้อยตามค่านิยมของชาวตะวันตกว่าการเพิ่มความมั่งคั่งทางวัตถุ หมายถึงการเพิ่มความสุข
การรุกของทุนนิยมอุตสาหกรรมเข้าไปในชนบท ทำให้คนอพยพกันเข้ามาหางานทำในเมืองมากขึ้น ครอบครัวแตกสลาย ชุมชนดั้งเดิมอ่อนแอ ขนบธรรมเนียม ค่านิยม เอกลักษณ์วัฒนธรรมดั้งเดิมถูกทำลายให้ผุกร่อนอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ได้
นี่คืออันตรายที่ชนชั้นนำในประเทศกำลังพัฒนามองไม่เห็น เพราะพวกเขาคิดว่า พวกเขาเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตกได้ดี และพวกเขาได้ประโยชน์มากกว่าการที่จะรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ ประชาชนทั่วไปก็ถูกครอบงำให้เชื่อตามแฟชั่นของชนชั้นนำ แม้ว่าประชาชนจะได้ประโยชน์น้อยกว่า ต้องทำงานหนักมากกว่าชนชั้นนำ แต่สำหรับคนหนุ่มสาวในชนบทแล้ว การที่พวกเขาได้เข้ามาทำงานในเมืองที่มีรายได้ สามารถไปนั่งกินอาหาร และเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่โตได้ สำหรับพวกเขาก็ดูดีกว่าการมีชีวิตอยู่ในชนบทที่ยากจนและเงียบเหงาหลายเท่า แม้ความเป็นจริง พวกเขาจะยากจน ทำงานหนัก งานไม่แน่นอน ถูกเอารัดเอาเปรียบ แต่พวกเขาก็ยังอยู่ใกล้สวรรค์ ใกล้ความเจริญ ใกล้อนาคต ตามค่านิยมใหม่ที่พวกเขาได้รับการกล่อมเกลา จากระบบการศึกษา สื่อวิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วิถีชีวิตและทัศนคติของคนรวยทั้งจากตะวันตกและคนรวยในประเทศของพวกเขาเอง
การเลียนแบบบริโภคแบบตะวันตก เป็นอันตรายต่อวิถีชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิมของประชาชน ประเทศที่เคยมีเศรษฐกิจพึ่งตนเองได้ มีวัฒนธรรมแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่พึ่งพาอาศัย หาความสุขจากชีวิตและชุมชนได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี หรือวิธีการผลิตสินค้าที่เปลี่ยนไป หัตถกรรมพื้นบ้าน เกษตรพึ่งตนเองแบบดั้งเดิม การค้าเล็กๆน้อยๆ ต้องล่มสลาย วิถีชีวิตและรูปแบบการทำงานของประชาชนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนเกิดปัญหาทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ตามมามากมาย แต่ชนชั้นนำและประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาก็มักมองไม่เห็นว่า เป็นปัญหามาจากนโยบายใหญ่ในการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาด พวกเขามักจะมองอย่างแยกส่วนและตามแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องๆเป็นส่วนๆอย่างไม่ได้ผล
ที่มา
วิทยากร เชียงกูล
อนาคตเศรษฐกิจโลกและทางออกของไทย. - กรุงเทพ ฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2550.
176 หน้า.
ISBN 978-974-13-0621-3