| บทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ. ผู้จัดการรายสัปดาห์ | 15 พฤษภาคม 2551 10:13 น. |
ประเทศนิวซีแลนด์เริ่มโครงการ “Kiwi Saver” ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลต้องการให้มีการปรับวิธีการออมทรัพย์ที่คิดว่า “ก้าวหน้า” ขึ้นมาแล้วครับ
ก่อนหน้านี้ปีที่แล้ว รัฐบาลก็มีโครงการออมทรัพย์ออกมาเช่นกัน
เป็นการปฏิรูประบบ Pension อย่างหนึ่ง
ต ามวิธีการของ Kiwi Saver นี้ คนงานจะใช้เงินเดือน 4 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับก่อนหักภาษี โดยเข้าสู่ระบบออมเงินเพื่อไว้เมื่อเกษียณอายุการทำงานครับ โดยระบบนี้ไม่บังคับ แต่เป็นไปด้วยความสมัครใจนะครับ และรัฐบาลก็ซับซีไดซ์ให้ด้วย ซึ่งคนซึ่งจนหรืองี่เง่าเท่านั้นที่ไม่เข้าร่วมในโครงการดีๆ อย่างนี้
ร ัฐบาลจะใช้เงินถึง 3หมื่นกว่าบาทต่อราย ลงขันให้ก่อนและให้เครดิตด้านภาษีรายปีอีก 4หมื่นบาท หลังจากนั้นคนงานที่มีรายได้ก็จะจ่าย 4 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อเดือนโดยไม่หักภาษีอีกด้วยครับ
มองดูแล้ว ที่อาจดูไม่ค่อยเป็นรูปธรรม ประเทศอื่นๆ เคยพยายามวิเคราะห์และพยายามใช้ แต่ชิลีทำแล้วก็ทำสำเร็จอย่างดีด้วยครับ
รูปแบบนี้ให้ประโยชน์ด้านการเงิน และมีผลประโยชน์กับสิทธิประโยชน์ทางอสังหาริมทรัพย์ด้วย
แต่การออกแบบระบบนั้นสำคัญ ซึ่งรัฐบาลนิวซีแลนด์นั้นพลาดไปได้
Kiwi Saver ไปใช้ระบบซับซิดี้เพื่อให้การออกมแพร่หลายเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศโตขึ้น โดยในระดับหนึ่งของรายได้ เงินซับซิดี้จะได้ถึง 3 เหรียญต่อ 1 เหรียญที่ลงทุนไป ดังนั้นค่าใช้จ่ายของการซับซิดี้ของ Kiwi Saver ก็จะสูงถึง 2 พันล้านเหรียญนิวซีแลนด์ต่อปีเลยครับ
ซึ่งตัวเลขนี้มากกว่าที่รัฐบาลใช้จ่ายต่อปีเพื่องบประมาณในการป้องกันประเทศเสียอีก
แต่รัฐบาลยอมที่จะใช้วิธีนี้ครับ แม้ว่าจะอาจมีผลกระทบกับงบประมาณโดยรวม และการออมระดับชาติก็เถอะ เพราะบรรดาพวกออกกฎหมายได้สรุปว่า ยิ่งมีการออมสูงเท่าไรก็จะดีกับประเทศเล็กๆ อย่างนิวซีแลนด์
และจะช่วยให้การลงทุน และทำให้การเป็นเจ้าของกิจการในประเทศ แข็งแกร่งดีกว่าเก่าอีกต่างหาก นี่เป็นข้อโต้แย้งของฝ่ายที่เห็นดีด้วย
แต่ว่าการออมที่สูงขึ้นในระดับชาติ จะช่วยให้เศรษฐกิจของชาติจะโตขึ้น ถ้าเงินพิเศษนี้ถูกนำไปใช้เพื่อการลงทุนในเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่มันไม่ช่วยอะไรหากไปลงทุนในโครงการซึ่งไม่ทำรายได้กลับมา และถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็จะฉุดให้เศรษฐกิจต้องแย่ลง
และทุนด้านโอกาสที่จะได้เสียของ Kiwi Saver นั้น มีความสำคัญมาก
เงิน 2 พันล้านเพื่อการซับซิดี้อาจใช้เพื่อตัดภาษีซึ่งยอมให้ประชาชนได้ออมหรือไปลงทุนได้อย่างคล่องตัวขึ้นบ้าง
ม ีหนึ่งหรือสองอย่างที่ต้องพูดเกี่ยวกับ Kiwi Saver การให้ซับซิดี้มากไปอาจทำให้คนรู้สึกว่า เงินออมและการลงทุนอาจมีผลในบางช่วงเวลาและบางโอกาส ครัวเรือนนั้นอาจมีทางเลือกในเงินที่เหลือ เช่น อาจไปวางเงิน, ซื้อหุ้น หรือลงทุนในธุรกิจ และเพราะมันเป็นเงินซับซิดี้ คนนิวซีแลนด์จะมองว่า Kiwi Saver นั้นดีมากกว่าทางเลือกอื่น และพวกนักการเงินมองว่าคนเห็นว่ายืมเงินผ่านเครดิตการ์ดดีกว่า
ป ระการต่อมาก็คือปัญหาของ Kiwi Saver ในแง่พื้นฐานคือมันเปลี่ยนวงจรของการออมและการบริโภคที่เคยสมดุล นิวซีแลนด์นั้นมีเงิน Pension สำหรับคนชราอยู่อย่างดีแล้ว
เมื่อมี Kiwi Saver เข้ามาสมทบอีก คนนิวซีแลนด์ที่มีอายุ 65 และเกษียณโดยมีรายได้สูงก็จะไม่ได้ช่วยให้มีอะไรดีกว่าเดิม เพียงแต่ต้องจัดการวิธีการใช้จ่ายเงินและรายได้ของตัวเองเท่านั้น
ค นเรานั้นโดยธรรมชาติจะใช้เงินน้อยลงเมื่อเกษียณแล้ว เพราะว่าจะมีหนี้น้อยลงและใช้ชีวิตที่คึกคักน้อยกว่าเดิมมาก แถมยังไม่ต้องดูแลลูกเต้าที่โตแล้ว และมีงานทำกันหมดแถมมีรายได้ของตัวเอง มีบ้านกันไปแล้ว
แต่หลายครอบครัวต้องรับว่าราคาน้ำมันสูงขึ้นถ้าใช้รถยนต์, ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในบ้านก็สูงตามไปด้วย และการจ่าย 4 เปอร์เซ็นต์นั้นก็ต้องดิ้นรนพอควร
คนเกษียณต้องเผชิญค่าครองชีพที่สูงเช่นกัน
แต่พวกเขาเป็นพวกที่จ่ายมากกว่า
ครับ… นิวซีแลนด์นั้นเคยเป็นรัฐสวัสดิการมาก่อน มีรัฐบาลที่ดูแลประชาชน ต้องการฟูมฟักให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์จากครรภ์มารดาสู่หลุมศพ
ประเทศนี้มีความงดงาม ทะเลสวย อากาศสดชื่น ธรรมชาติสะอาดบริสุทธิ์ วิวทิวทัศน์งดงามจนเกินบรรยาย
ที่มา จาก คอลัมภ์ คิดสบาย สบาย